ประสบการณ์หางานพาร์ททามในญี่ปุ่น อารุไบโตะ

ในบทความก่อนโอคซังได้เขียนเล่าเรื่องราวการสมัครงานประจำในญี่ปุ่นไปแล้วใน[ประสบการณ์ทำงานประจำในญี่ปุ่น(ครั้งหนึ่งเป็นพนักงานเงินเดือน)] แต่ในบทความที่จะเขียนต่อไปนี้จะมาแชร์ประสบการณ์ทำงานพาร์ททามในญี่ปุ่นกันดูบ้าง เพราะโอคซังเข้าใจดีค่ะว่าแม่บ้านอย่างเราๆหรือแม้แต่น้องๆนักศึกษาไทยในญี่ปุ่นหลายคนอาจจะกำลังต้องการคำแนะนำในการหางานพาร์ททามหรือที่คนญี่ปุ่นเรียกว่าอารุไบโตะนี่หล่ะค่ะ

งานพาร์ททามในญี่ปุ่นใครทำได้บ้าง

การหางานพาร์ททามทำในญี่ปุ่นถือว่าเป็นเรื่องปกติทั่วไปของชาวญี่ปุ่นทุกๆคนไม่ว่าจะเป็นเด็กนักเรียนม.ปลายที่ยังทำงานประจำไม่ได้ คนที่ทำงานประจำอยู่แล้วแล้วต้องการรายได้เสริม ไปจนถึงผู้ใหญ่วัยเกษียรอายุก็ยังทำงานพาร์ททามกันอยู่เพราะชาวญี่ปุ่นส่วนใหญ่รักการทำงาน เมื่อได้ทำงานจะรู้สึกดีรู้สึกเหมือนตัวเองยังมีคุณค่า รวมถึงชาวต่างชาติอย่างเราก็สามารถทำงานพาร์ททามในญี่ปุ่นด้วยได้ค่ะขอเพียงมีวีซ่าการอยู่อาศัยที่ถูกต้องตามกฏหมายก็พอค่ะ

งานพาร์ททามในญี่ปุ่นจำเป็นต้องได้ระดับภาษาญี่ปุ่น?

ในงานบางสายงานแทบจะไม่จำเป็นต้องใช้ผลสอบวัดระดับภาษาเลยค่ะ แต่หลายๆงานก็ต้องการระดับภาษา JLPT N4-N3 ขึ้นไปแล้วแต่ความยากง่ายของงานหรือลักษณะงาน แต่โดยส่วนใหญ่การรับสมัครงานพาร์ททามจะไม่ค่อยเคร่งครัดเรื่องระดับผลวัดภาษาญี่ปุ่นเท่าไรนัก ขอเพียงแค่เราพูดได้และพร้อมที่จะไปสัมภาษณ์ โอคซังจำได้ดีตอนที่สมัครงานพาร์ททามครั้งแรกสั่นไปหมดภาษาญี่ปุ่นก็พูดไม่ได้ เขียนก็ไม่ได้ พูดได้แค่แนะนำตัวตามที่ซ้อมมากับはい(ค่ะ)คำเดียวเท่านั้น แต่คนสัมภาษณ์ชาวญี่ปุ่นใจดีมากๆพยายามสื่อสารกับเราด้วยภาษาอังกฤษของเราแบบงูๆปลาๆและภาษามือส่งกันไปมาแต่สุดท้ายก็ได้งานทำค่ะ

สมัครงานพาร์ทามด้วยตัวเองหรือสมัครงานผ่านนายหน้าจัดหางานแบบไหนดีกว่ากัน?

สมัครงานพาร์ททามด้วยตัวเองสามารถสมัครได้ง่ายมากๆแต่อาจจะต้องเสียเวลาหาสักหน่อย เช่น หาตามใบประกาศสมัครงานหน้าษริษัทนั้นๆ ในเวปไซต์หางาน ในหนังสือประกาศรับสมัครงาน(ที่แจกฟรีตามสถานีรถไฟฟ้า) หรือการเดินเข้าไปสมัครที่บริษัทนั้นๆโดยตรงเลย โอกาสในการได้งานช้ากว่าสมัครผ่านหน้าหน้าแต่จะได้งานที่เราเลือกเองได้ทั้งหมด และสามารถทำได้ในระยะยาว

ส่วนการสมัครงานผ่านนายหน้า นายหน้าจะเป็นคนคัดสรรงานมาให้ประเมิณตามความสามารถของเราเอง และมีการเทรนเล็กน้อยก่อนสัมภาษณ์มีโอกาสได้งานทำที่สูงมาก สะดวก ไม่เหนื่อยในการหางานเอง แต่โอกาสในการจ้างต่อไปเรื่อยๆยากค่ะ เพราะถ้าเราสมัครผ่านนายหน้า นายหน้าเหล่านี้จะมีการเก็บค่าเปอร์เซ็นรายชั่วโมงรายหัวหรือรายเดือนแล้วแต่ที่นายหน้าตกลงกับบริษัทนั้นๆดังนั้นตอนเข้าอาจจะเข้าได้ง่ายเพราะนายหน้าเป็นคนดันให้เราเข้า แต่ตอนต่อสัญญาอาจจะมีการกดดันให้ลาออกเพราะค่าจ้างไม่คุ้มค่ะ เช่นเราทำงานได้ชั่วโมงละ900เยน แต่บริษัทจ่ายให้นายหน้า1,400เยน นายหน้าหักไป500เยน/ชั่วโมง ดังนั้นบริษัทต่างๆไม่ต้องการจ่ายเยอะค่ะ ถ้ามีคนมาสมัครตรงบริษัทสามารถเลือกจ่ายให้คนใหม่ในราคาที่ประหยัดมากกว่าประมาณนี้ค่ะ ไม่ได้เหมารวมทุกบริษัทนะคะ ขึ้นอยู่กับวิจารณญาณค่ะ

นักเรียนต่างชาติและคนทั่วไป แม่บ้านทำงานพาร์ททามได้ไม่เกินกี่ชั่วโมงต่อสัปดาห์

สำหรับวีซ่นักเรียนสามารถทำงานพาร์ททามได้ไม่เกิน28ชั่วโมง/สัปดาห์ค่ะ ส่วนแม่บ้านหรือผู้ที่ถือวีซ่าระยะยาวญี่ปุ่นสามารถทำได้เรื่อยๆเหนื่อยก็พักไหวก็ทำลากยาวค่ะ ถ้าทำในบริษัทที่จดทะเบียนถูกต้องจะมีการรายงานรายรับของเรา หากมีรายรับเกินกว่า1,300,000เยน/ปี(โอคซังจำตัวเลขไม่แน่นอนนะคะเพราะกฏหมายรายได้ขั้นต่ำเปลี่ยนอยู่เรื่อยๆค่ะ) จะต้องเสียภาษีค่ะ ดังนั้นควรทำงานแล้วคำนวนรายได้ให้ไม่เกินนี้นะคะเพื่อจะได้ไม่โดนจ่ายภาษีค่ะจ่ายทีเป็นลมแน่ๆค่ะ ดังนั้นจึงมีคนไทยหลายคนรับงานนอกเช่นงานไกด์ งานร้านอาหารไทย โดนไม่ผ่านระบบภาษีก็มีค่ะ(เรื่องนี้คนไทยในญี่ปุ่นจะรู้กันดีเพราะทำงานด้วยกันกับคนไทยอะไรจึงสบายๆไม่มีคิดมาก)

เงินเดือนพนักงานพาร์ททามเท่าไร

สำหรับที่ญี่ปุ่นไม่ว่าจะเป็นงานพาร์ททามหรืองานประจำจะคิดเงินเดือนขั้นต่ำเป็นรายชั่วโมงเหมือนกันค่ะ โอคซังจึงไม่รู้ว่าจะเขียนว่าเงินเดือน หรือเงินชั่วโมงดี เหมือนกับในประเทศไทยที่มีการกำหนกรายได้ขั้นต่ำต่อวันแบบนั้นค่ะ ในญี่ปุ่นจะกำหนดรายได้ขั้นต่ำตามพื้นที่พักอาศัยตั้งแต่850-1,200เยน แล้วแต่พื้นที่ค่ะ ในส่วนของทำพาร์ททามก็ทำไปปกติได้เพียงเงินตอบแทน แต่ส่วนของงานประจำจะได้สิทธิเพิ่มเข้ามาคือสวัสดิการจากบริษัทค่ะ

แนะนำงานพาร์ททามในญี่ปุ่นที่น่าทำแบบฉบับโอคซัง

ตามประสบการณ์ของโอคซังที่เคยทำมามีดังนี้ค่ะ

  1. งานร้านอาหารไทย เหมาะสำหรับแม่บ้านคนไทย คนไทยเหงาๆอยากใช้ภาษาไทยหรือน้องนักศึกษาที่ยังไม่รู้ภาษาญี่ปุ่น เข้าไปทำงานด้วยกับกับคนไทยจะสบายใจค่ะ อาหารจะมีให้ทานฟรีดูแลกันแบบครอบครัว เหมือนได้กลับบ้านเกิด แต่ก็มีข้อเสียตรงที่มีความเป็นไทยสูง มีความหยวนๆ สบายๆ ดังนั้นในบางครั้งบางร้านที่โอคซังเคยทำหากเราทำงานเกินเวลา หรือเข้างานก่อนเวลาเราไม่ได้เงินค่าล่วงเวลาค่ะ ลักษณะงานมีตั้งแต่ล้างจาน เสริฟอาหาร ผู้ช่วยกุ๊ก เก็บบิล เป็นการบริการที่จะหัวหมุนตลอดเวลาแทบไม่ได้พักยกเว้นช่วงพักกลางวันทานข้าว
  2. งานซุปเปอร์มาเก็ต เหมาะสำหรับผู้ที่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นขึ้นมาอีกนิดหน่อยประมาณ N4 ขึ้นไปอาจจะไม่จำเป็นต้องมีใบรับรองการสอบก็ได้ค่ะแต่ถ้ามั่นใจว่าพูดได้สัมภาษณ์งานได้ก็เพียงพอค่ะ งานนี้ก็เหมาะกับแม่บ้านญี่ปุ่นหรือน้องๆนักศึกษาเช่นกันเพราะจะมีกะเวลาให้เข้างานหลายช่วงเวลามากตั้งแต่ตีห้าไปจนถึงเที่ยงคืนเลย ตั้งแต่งานเรียงของเข้าชั้น งานแผนกแคชเชียร์ แผนกจัดผัก แผนกปลา ฯลฯ ตอนนั้นโอคซังทำอยู่แผนกปลาได้ทั้งทักษะการหั่นปลา และระดับภาษาญี่ปุ่นที่ดีขึ้นมาก งานส่วนใหญ่ที่ทำจะเป็นการหั่นปลา แร่ปลา แพคปลา นำถาดปลามาเรียงที่ชั้น ใน1วันทำประมาณ4ชั่วโมงช่วงเช้าก็กลับบ้านค่ะ
  3. งานร้านเช่าชุดกิโมโน(แบบที่โอคซังเคยทำอยู่)หรืองานบริการที่ต้องใช้ภาษาอังกฤษ และภาษาญี่ปุ่น เหมาะสำหรับคนที่รู้ภาษาอังกฤษหรือภาษาญี่ปุ่นในระดับN3ขึ้นไป งานบริการส่วนใหญ่เราจะได้พบผู้คนหลากหลายในแต่ละวัน ทำให้ได้เพื่อนใหม่เพิ่มขึ้นเยอะทั้งเพื่อนชาวญี่ปุ่น เพื่อนจีน เกาหลี อินโดนีเซีย ฝรั่งเศส เป็นต้น งานไม่เครียด เนื้องานมีความหลากหลาย ถ้าใครที่ชอบสมาคมต่างชาติจะมีความสุขค่ะ แต่เพราะมีความหลากหลายทางสังคมบางครั้งอาจจะทำให้การสื่อสารหรือการเข้าใจกันยากมาก

ข้อดี-ข้อเสียของงานพาร์ททาม อารุไบโตะ

ข้อดีคือเราสามารถเลือกเวลาการทำงานได้ตามใจเรา โดยบริษัทต่างๆอาจจะแบ่งใน1วันมีหลายกะงานให้ทำเรา ก็เลือกช่วงกะที่เราสะดวกค่ะหรือบางครั้งเราสามารถเลือกทำได้ว่าจะทำวันไหนบ้างใน1สัปดาห์ เป็นการเลือกตามใจสบายใจไม่มีใครบังคับค่ะ
ข้อเสียคือ หากเราตั้งใจทำงานพาร์ททามจนรายได้เกินกว่าที่รัฐกำหนดสำหรับผู้ทำงาพาร์ททามเราต้องเสียภาษีหนักซึ่งเราอาจจะไม่รู้ตัวค่ะว่ารายได้เราเกิน มารู้ตัวอีกทีคือมีจดหมายส่งมาที่บ้านให้เราไปจ่ายซะแล้ว !! และนอกจากนี้งานพาร์ททามไม่มีสวัสดิการเรื่องสุขภาพค่ะ

หวังว่าเพื่อนๆแม่บ้านชาวญี่ปุ่นหรือน้องๆนักศึกษาชาวไทยจะมีแนวทางในการหางานพิเศษทำเพื่อเพิ่มรายได้กันมากขึ้นนะคะ แล้วเจอกันใหม่ในบทความหน้าค่ะ มาตะเน้

COMMENTS